โยคะลดน้ำหนัก 9 ท่า ลดความอ้วน ใน 1 เดือน เห็นผลจริง

advertisements

โยคะลดน้ำหนัก ปัจจุบันนี้ หลายคนมักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพหลายๆอย่าง เนื่องจากขาดการออกกำลังกาย วันๆ ทำแต่งาน ท่าเดียว จึงทำให้ไม่มีเวลาได้ดูแลสุขภาพของตนเลย ด้วยเวลาที่รัดตัว ด้วยความเร่งรีบหลายๆอย่าง ไม่มีแม้กระทั้งเวลาจะพักผ่อน  วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆมาฝากสาวๆที่รักสุขภาพ นั่นคือโยคะลดน้ำหนักนั่นเอง เพราะโยคะ ไม่เพียงที่จะช่วยเรื่องความงามแต่ยังเสริมเรื่องของสุขภาพเอาไว้ด้วย การฝึกโยคะเป็นการฝึกท่าโยคะที่แลดูสวยงามและสง่าและจะค้างท่านั้นไว้ระยะหนึ่ง  โยคะจะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังทำให้เลือดและสารอาหารสามารถผ่านไปเลี้ยงประสาทไขสันหลัง โยคะจะช่วยให้การทำงานของต่อมต่างๆ รวมทั้งต่อมไร้ท่อทำงานดีขึ้น  การฝึกโยคะเป็นการยืดกล้ามเนื้อและมีการสอดคล้องกับการหายใจเป็นการรวมร่างกายและจิตใจเข้าไปด้วยกัน การฝึกท่าโยคะจะเป็นการฝึกความยืดหยุ่น ประสาท  ความแข็งแรง การทรงตัวเข้าด้วยกัน และยังช่วยให้ลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อในร่างกายอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงกล้ามเนื้อแข็งแรง สุขภาพจิตและสุขภาพกายดีขึ้น และยังช่วยกระชับส่วนต่างๆของร่างกายให้ดูดีอีกด้วยได้อีกด้วย ท่าที่ใช้สำหรับการฝึกโยคะมีมากมายหลายท่าถ้าจะพูดถึงหมดก็คงเห็นจะยาก แต่วันนี้ที่เราจะนำเสนอได้แก่ ท่าในการฝึกโยคะเพื่อลดน้ำหนักไปดูกันเลยว่าจะมีท่าอะไรกันบ้างเอ๋ย และที่สำคัญวันนี้เราก็มีความเป็นมาของโยคะมาฝากกันอีกด้วยจ้า ^_^

โยคะลดน้ำหนัก
โยคะลดน้ำหนัก

 



สารบัญ
โยคะคืออะไรทำไมต้องทำโยคะ
ความเป็นมาของโยคะที่นำมาฝาก
ท่าง่ายๆที่ลดน้ำหนักได้  ด้วยโยคะ
1.ท่าโยคะแบบหน้าวัวประยุกต์
2. ท่าเรือกลไฟ
3. ท่าบิดลำตัว
4. ท่ายืดส่วนหลัง
5. ท่าสะพาน
6. ท่าศพ
7. ท่าหมุนท้อง (ชฐระ ปริวรรตนาสระ)
8. ท่านักรบ (วีราสนะ)
9. ท่าหงส์เหิน (นาฏราชอาสนะ)


โยคะคืออะไรทำไมต้องทำโยคะ

                มีหลายๆคนเคยถามว่า ทำไมโยคะช่วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้ มันช่วยได้จริงหรอ วันนี้เราจึงมาบอกว่าโยคะคือไร ช่วยอะไรเราได้บ้าง และโยคะดีต่อสุขภาพอย่างไรไปดูกันเลย.............

โยคะ คือ......เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรง  เป็นการฝึกเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เป็นการเตรียมกายใจให้พร้อมเพื่อเสริมสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ ในการฝึกโยคะผู้ฝึกทุกคนจะต้องยึดถือและปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพื่อให้สามารถป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆที่จะเกิดกับร่างกายเรา การที่มีสมดุลภายในร่างกายและจิตใจที่ดีจะทำให้ไม่บังเกิดโรคภัยไข้เจ็บแน่นอนได้

ความเป็นมาของโยคะที่นำมาฝาก

โยคะลดน้ําหนัก หลายๆคนที่เล่นโยคะอยู่ตอนนี้คงจะยังไม่ทราบว่าโยคะนั้น ใครเป็นคนเริ่ม และถือกำเนิดมาจากไหน และนี่แหละจ้า คือความเป็นมาของโยคะ โยคะ นั้นถือกำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีที่แล้ว โดยในสมัยโบราณนั้นมนุษย์ได้ค้นคว้าเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับความเข้าใจในความเป็นอยู่ของตนเอง อดีตมีการจารึกถ้อยคำด้วยตัวอักษรความรู้ที่สำคัญๆทั้งหมดถูกส่งผ่านคนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งในรูปแบบของนิทาน ด้วยวิธีการเช่นนี้ ความรู้ต่างๆจึงได้สะสมขึ้นและวัฒนธรรมต่างๆได้พัฒนาขึ้นมาและนี่คือวิธีการที่การฝึกโยคะได้ถ่ายทอดมาถึงปัจจุบัน  ในหุบเขาแห่ง อินดัส วอลเลย์ มีนักโบราณคดีที่ค้นพบไม้แกะสลักและศิลปะรูปปั้นที่แสดงถึงการฝึกท่าโยคะแต่ก่อน ศิลปะเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยประชาคมที่มีความเจริญเป็นอย่างสูง ซึ่งเจริญอยู่ในพื้นที่แถบนั้นในช่วง 1000ถึง2000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศปากีสถาน นักปราชญ์ผู้หนึ่งซึ่งชาวฮินดูมีชื่อว่า พาตานจาลี เป็นคนแรกที่ปรับปรุงการฝึกโยคะขั้นพื้นฐานขึ้น เขาเขียนสูตรของการฝึกท่าโยคะออกเป็นหัวข้อ 8 หัวข้อสั้นๆ หัวข้อเหล่านี้เชื่อว่าได้ถูกเขียนขึ้นเมื่อ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยผู้ที่ปฏิบัติโยคะที่เป็นผู้ชายเรียกว่า Yogins or Yogis ส่วนผู้หญิงเรียกว่า Yoginis ส่วนผู้สอนเรียกว่า guru และประเทศตะวันตกได้นำท่าโยคะต่างๆออกมาเป็นการออกกำลังกายโดยดัดแปลงจาก Hatha-Yoga ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของโยคะนั่นเองแหละค่ะ

ท่าง่ายๆที่ลดน้ำหนักได้  ด้วยโยคะ

               หลายๆคนอาจคิดว่าโยคะทำยาก มีแต่ท่ายากๆ กลัวทำไม่ได้จึงไม่คิดออกกำลังกายแบบโยคะ แต่วันนี้ถ้าหากคุณได้ลองทำมันแล้วคุณจะคิดว่ามันง่ายนิดเดียว และก็สามารถทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรง หุ่นดีอีกด้วย  มาดูกันเลยว่าท่าโยคะลดน้ำหนักจะมีท่าอะไรกันบ้าง

1.ท่าโยคะแบบหน้าวัวประยุกต์
                   เริ่มต้นขั้นแรกคือ ยืนตัวตรงเท้าชิดติดกัน และเอามือขวาจับปลายผ้าขนหนูข้างหนึ่ง ให้ยกแขนขวาขึ้นแล้วงอข้อศอกลงไปด้านหลังศีรษะ ให้แขนซ้ายแนบติดลำตัวงอแขนไว้ด้านหลังขนานกับช่วงเอว จับปลายผ้าขนหนูอีกข้าง หายใจเข้า และเอามือขวาออกแรงดึงผ้าขนหนูขึ้นให้แขนขวาชิดใบหูโดยสนิท  หายใจออก มือซ้ายดึงผ้าขนหนูลงจนแขนซ้ายตึง และระวังอย่าให้แขนซ้ายแยกออกจากลำตัวโดยเด็ดขาด และต้องดึงผ้าให้ตึงตลอด ทำต่อเนื่องจนครบ 10 ครั้ง และครั้งที่11 ลดแขนทั้งสองให้ขนานกัน   แล้วออกแรงดึงผ้าให้ตึง ปล่อยแขนลงผ่อนคลาย ทำซ้ำอีกข้าง ท่านี้จะช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณท้องแขนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวเชียวแหละ 


2. ท่าเรือกลไฟ
                 เริ่มต้นขั้นตอนแรกโดย  ยืนตัวตรงกางขาออกกว้างเป็น 3 เท่าของช่วงไหล่ และให้เอาขาเหยียดตรงเปิดปลายเท้าขวาให้ตั้งฉากกับลำตัว หายใจเข้า จากนั้นให้หงายฝ่ามือยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นขนานกับพื้น หายใจออก และหมุนตัวมาทางขวามือ 90 องศา  ให้หายใจเข้าประสานมือดันนิ้วชี้ขึ้นเหนือศีรษะ ยืดแขนให้ตึง แล้วหายใจออก งอเข่าขวาให้ตั้งฉากไม่เกินนิ้วโป้งเท้า  หายใจเข้า เกรงขายืดแขนให้ตึง หายใจออก ยืดตัวตรง แขม่วท้อง  หายใจเข้า เกร็งขายืดตรง แล้วกลับไปท่าเริ่มต้น ทำแบบนี้ซ้ำกันไปเรื่อยๆข้างละ 3 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันท้องแขน และสะโพก ได้บริหารปีกสะบักกลางหลัง และกล้ามเนื้อต้นขา

 3. ท่าบิดลำตัว


           ท่านี้ให้เริ่มต้นจากนั่งหลังตรง และใช้ขาซ้ายไขว้ขาขวา ปลายเท้าขวาวางข้างสะโพก อกชิดติดเข่า แขนซ้ายกอดหัวเข่าขวา   หายใจเข้าให้ลึก วาดแขนขวาไปทางด้านหลังและให้วางไว้ที่เอว หายใจออก แขม่วท้องบิดเอวหันหน้าไปทางด้านหลัง และหายใจเข้าหันหน้ากลับท่าเริ่มต้น ทำแบบเดิมซ้ำกัน 3 รอบแล้วเปลี่ยนข้าง ท่านี้จะช่วยลดเอว หน้าท้อง ต้นขา ปีกสะบัก และแนวขอบอก

4. ท่ายืดส่วนหลัง
               ท่านี้ให้เริ่มต้นขั้นแรกโดยนั่งหลังตรง และจากนั้นให้ยืดขาทั้งสองข้างไปด้านหน้าเกร็งปลายเท้าให้ตั้งฉาก และหายใจ เข้ายกแขนทั้งสองข้างเหนือศีรษะ หายใจออก คว่ำมือแล้วค่อยๆ ก้มตัวลง เกร็งกล้ามเนื้อบริเวณช่วงเอว แล้วใช้นิ้วชี้เกี่ยวนิ้วโป้งเท้า จากนั้นจึงค่อยๆ ก้มตัวลงอีก งอศอกเล็กน้อยค้างไว้ประมาณครึ่งนาที และสำหรับท่านที่ไม่สามารถเกี่ยวนิ้วได้ อย่าฝืน ให้จับบริเวณใต้เข่าแต่ให้ก้มตัวเท่าที่ทำได้ก็พอ  จากนั้นให้ยืดตัวขึ้นช้าๆ ท่านี้จะช่วยกระตุ้นการขับถ่าย บริหารกล้ามเนื้อส่วนหลัง และต้นขา

5. ท่าสะพาน


             ท่านี้ให้เริ่มต้นจากหายใจเข้านอนหงายขนานกับพื้น แล้วให้งอขาชันเข่า เอามือจับที่ส้นเท้า เกร็งหัวเข่ากดคางกับหน้าอก  เมื่อหายใจเข้า ยกสะโพกขึ้นเท่าที่ทำได้ และสามารถใช้มือค้ำที่เอวได้ และหายใจออก หายใจเข้าอีกครั้ง เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก หายใจออก ค่อยๆ วางตัวลงกับพื้น ทำ 4 ครั้ง ท่านี้จะช่วยลดไขมันหน้าท้อง ต้นขา และบริหารกล้ามเนื้อหลัง

6. ท่าศพ
    ท่านี้ทำโดยให้เริ่มนอนเหยียด ขา แล้วกระดกปลายเท้า เกร็งเท้า เข่า ขมิบก้น ต้นขา สะโพก เกร็งส่วนคอ กำหมัดแล้วเกร็ง โดยเกร็งส่วนละ 2 วินาที แล้วปล่อยให้ผ่อนคลายเป็นท่าจบและนอนพักไปสักพักก่อน การเกร็งส่วนต่างๆ จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและรู้สึกสบสบายตัวมากขึ้น

7.ท่าหมุนท้อง (ชฐระ ปริวรรตนาสระ) 
ท่านี้ช่วยให้คุณได้บริหารช่วงเอวเป็นส่วนมาก โดยเป็นท่าทางนอนเหวี่ยงขาไปมา คล้ายการหมุนเข็มนาฬิกา ช่วยสลายไขมันหน้าท้อง กระชับสะโพก และต้นขา รวมถึงบรรเทาอาการปวดสะโพก ได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับฉบับคนอ้วน "ช่วงนั้นน้ำหนักตัวยังมากอยู่ ยกขาตั้งฉากกับพื้นแทบไม่ขึ้น ต้องแก้ด้วยการงอเข่าเล็กน้อย แล้วค่อยๆ ทำจนกว่าขาจะเหยียดตรงได้เอง บางวันก็ให้ใช้ตัวช่วยเพื่อเสริมแรงเหวี่ยงขา โดยใช้มือยึดสิ่งของไว้ เช่น ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ หรือวางเชือกไว้ใต้ลำตัวระดับไหล่ กำเชือกในมือแต่ละด้านให้ตึง เมื่อจะเหวี่ยงขาไปทางไหน ก็ให้ดึงเชือกไปทางฝั่งตรงข้าม และในการฝึกท่านี้ ควรออกแรงกดไหล่และหลังให้ชิดพื้นมากที่สุด แล้วออกแรงเหวี่ยงขา โดยใช้แรงจากช่วงเอวและต้นขา อย่าเกร็งหลัง นอกจากช่วยให้ได้บริหารช่วงล่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดหลังที่อาจเกิดขึ้น

8 ท่านักรบ (วีราสนะ)
 สำหรับท่านี้ เป็นการรวมท่ายืดเหยียดร่างกายไว้ในท่าเดียว ทั้งย่อขาโน้มตัว และยืดเหยียดแขนขา โดยเฉพาะได้ออกกำลังช่วงสะโพกมาก ทำให้ต้นขากระชับ   ท่านี้ช่วยบรรเทาอาการปวดเอว น่อง และเข่า ที่เกิดจากแรงกดของน้ำหนักตัว การเหยียดมือข้ามศีรษะยังช่วยเปิดช่วงอกให้หายใจได้ลึกขึ้น เพราะต้องอาศัยช่วงขามากในท่านี้ จึงควรก้าวขาข้างที่ต้องย่อเข่าตั้งฉากออกไปให้กว้างๆ แล้วหันปลายเท้าให้ตรงกับแนวหัวเข่าพอดี ส่วนขาอีกข้างพยายามเหยียดให้ตึง วางเท้าทั้งสองข้างให้เต็มฝ่าเท้า วิธีนี้จะช่วยให้ทรงตัวดี ไม่ล้มง่าย แต่หากติดพุง ยังไม่ต้องย่อเข่ามาก ย่อแค่พอรู้สึกตึงหน้าขา หรือยืดขาให้ตรงก็พอ ก่อนโน้มตัวทุกครั้ง ควรหายใจเอาลมหายใจออกให้หมดท้องเสียก่อน ช่วยลดปัญหาติดพุงอีกทาง  

9 ท่าหงส์เหิน (นาฏราชอาสนะ)
 และสำหรับท่านี้ต้องอาศัยการเกร็งร่างกายในการทรงตัวมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มขณะยืนด้วยขาเดียว ยิ่งกล้ามเนื้อได้ออกแรงเกร็งมากเท่าไร ยิ่งช่วยให้เผาผลาญไขมันดีขึ้น ท่านี้ยังช่วยในการฝึกสมาธิให้แน่วแน่   และข้อควรระวังสำหรับคนอ้วน คือ เซล้มง่าย เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ทำให้การทรงตัวลำบาก แล้วไหนจะต้องยกขาอีกข้างขึ้นอีก   เคล็ดลับท่านี้อยู่ที่ว่าต้องสร้างฐานยืนให้มั่นที่สุด โดยยืดขาหลักให้ตรง ให้รู้สึกตึงที่หัวเข่า น้ำหนักตัวจะถ่ายลงบนเท้า จากนั้นจึงใช้ปลายเท้าจิกพื้นไว้ เท่านี้ก็ช่วยให้ฐานแน่นแล้ว และนอกจากนี้ การเกร็งข้อเท้าเอาไว้ จะช่วยไม่ให้ข้อเท้าพลิกถ้าเกิดเซล้มขึ้นมา โดยเฉพาะคนอ้วน ที่มักบาดเจ็บจากอาการข้อเท้าพลิกได้ง่ายกว่าปกติ
 
            และในแผนการลดน้ำหนักให้เห็นผลอย่างเร่งด่วน เลือกฝึกท่าโยคะที่ได้ออกแรงมากเป็นพิเศษ รวมถึงเน้นท่าที่ได้บริหารส่วนไขมันพอกพูนให้ได้ลดได้มากที่สุด   และจะต้อง ปรับอาหารให้ทานน้อนลงไปด้วย จากกินข้าวมื้อละสี่จานลดเหลือหนึ่งจาน เน้นกินกับข้าวมากกว่าข้าว งดมื้อดึกอย่างเด็ดขาด แล้วดื่มน้ำแทนมากๆ บางมื้อกินแต่ผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก เพื่อช่วยคลายอาการเหนื่อยร้อนจากการฝึกโยคะไปในตัวด้วย เช่น แตงโม ชมพู่ ฝรั่ง เพราะผลไม้จำพวกนี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้เช่นเดียวกัน

            ถ้าหากคุณอยากลดน้ำหนักแล้วละก็วิธีนี้  นั่นคือ โยคะลดน้ำหนักรับรองว่าได้ผลแน่นอน   แต่ไม่ว่าคุณจะด้วยวิธีไหนเพียงแค่คุณออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ว่าจะออกกำลังกายด้วยวิธีไหนก็ตามก็ทำให้คุณสุขภาพดีได้เหมือนกัน ไม่แค่นั้นคุณจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอแค่นี้คุณก็จะมีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่ดีแล้ว

 





โยคะลดน้ำหนัก 9 ท่า ลดความอ้วน ใน 1 เดือน เห็นผลจริง


ชอบจัง แบ่งให้เพื่อนดูด้วยดีกว่า >>




ร่วมแสดงความคิดเห็น

กรอกข้อความที่เห็น

ชื่อ : Name


go to top